6 ความไม่สมเหตุสมผลที่มีใน เกมแนวลอบเร้น เท่านั้น

เกมแนวลอบเร้น เป็นวิดีโอเกมที่ผู้เล่นได้คะแนนจากการฆ่า โดยการการลักลอบหรือโจมตีปฏิปักษ์โดยตรง ซึ่งถ้าว่ากันเรื่องความไม่สมเหตุสมผลจะเกมไหนก็มีทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีมากหรือน้อย แต่สำหรับเกมแนวลอบเร้นที่เน้นความสมจริงนั้น จะไม่ให้มีความสมเหตุสมผลอยู่เลยก็น่าจะเป็นไปได้ยาก ดังนั้น เราจึงพาทุกคนมารู้จักกับ 6 ความไม่สมเหตุสมผลที่มีในเกมแนวลอบเร้น ถ้าเช่นนั้นอย่ารอช้า ไปดูพร้อม ๆ กันเลย

6 ความไม่สมเหตุสมผลที่มีในเกมแนวลอบเร้น

การไม่สมเหตุสมผลของเกมแนว

1. การไม่สมเหตุสมผลของเกมแนว

การมองทะลุกำแพงได้ โดยเกมแนวอื่นจะไม่มีฟีเจอร์แบบนี้ในเกมสักเท่าไหร่นัก ซึ่งความสามารถในการมองเห็นทะลุกำแพง ก็มองหาได้จากหลายเกมที่มีระบบ Eagle Vision ที่เราพบเจอได้ทั้งในเกม HITMAN และ Assassin’s Creed แน่นอนว่าชีวิตจริงเราคงไม่สามารถเพ่งกระแสจิตแล้วมองเห็นทุกสิ่งอย่าง หรือบุคคลแบบทะลุกำแพงได้อยู่แล้ว แต่ก็เพราะมันเป็นเกมนี่แหละ เลยมีระบบนี้ขึ้นมา โชคดีที่ใน Assassin’s Creed ภาคหลัง ๆ เขาปรับให้สมเหตุสมผลโดยเปลี่ยนจากการมองเห็นทะลุกำแพง เป็นส่งนกขึ้นไปลาดตระเวนแทนนั่นเอง

2. ศัตรูไม่โจมตีคุณในทันที

เกมแนวนี้ถูกออกแบบมาให้มีวิธีการเล่นที่ต่างจากเกมอื่น เพื่อให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่แปลกกว่า โดยปกติแล้วหากเราลอบเร้นเข้าไปทำอะไรสักอย่างแล้วถูกจับได้ เรามักจะถูกจู่โจมโดยทันทีอยู่แล้ว เพื่อเป็นการป้องกันตัวและรักษาความปลอดภัย แต่พอเป็นเกมหากทำระบบจริงจังแบบนี้ น่าจะทำให้ใครหลายคนหัวร้อนจนเล่นไม่จบเป็นแน่แท้ ในเกมจึงเกิดเป็นระบบ Indicator หรือเกจสะสมการตื่นตัวแทน ไม่ว่าเราจะยืนหรือเดินแบบล่อแหลมแค่ไหน ถ้า Indicator ยังไม่เต็ม ศัตรูก็จะยังไม่พบเจอหรือโจมตีเราในทันที แม้ว่าในชีวิตจริงเราจะอยู่ในสายตาจนแทบจะจูบปากกันอยู่แล้ว ก็ถือเป็นความไม่สมเหตุสมผลที่พอจะยอมรับกันได้ ถ้ามองให้มันเป็นเกม

ซ่อนในที่ที่ถูกพบเห็นได้ง่ายมากแถมไม่โดนจับ เกมแนวลอบเร้น

3. ซ่อนในที่ที่ถูกพบเห็นได้ง่ายมากแถมไม่โดนจับ

กล่าวได้ว่าที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด และมันสามารถใช้ได้กับเกมนี้ ซึ่งหลากหลายเกมที่มักจะให้เราลอบเร้นเข้าไปในที่อย่างสถานีตำรวจ ร้านเพชร หรือสถานที่แบบปิดที่ถูกพบเจอได้ง่ายมาก แต่ในเกมแนวลอบเร้นไม่ว่าสถานที่นั้นจะเสี่ยงตายแค่ไหนในชีวิตจริง แต่ในเกมก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที เช่นหลบอยู่หลังเสาในที่โล่ง หรือหลบอยู่หลังกล่องในที่มืด ที่บางทีชุดหรือคอสตูมตัวละครในเกมก็อาจจะโผล่ให้ศัตรูเห็นแล้วในชีวิตจริง แต่เพราะมันเป็นเกมนี่ล่ะ ก็เลยไม่ถูกจับตัว

4. ไม่มีใครจำคุณได้

ไม่ว่ามันจะตัดกับความเป็นจริงมากแค่ไหน แต่เกมแนวนี้สามารถทำได้ โดยอาจจะต้องเน้นไปที่เกมอย่าง HITMAN 47 ที่ตัวเอกเป็นนักฆ่าหัวโล้น แถมมีบาร์โค้ดปาดท้ายเป็นเอกลักษณ์ แต่ Agent 47 เองกลับเป็นนักปลอมตัวชั้นเยี่ยมที่ไม่มีใครจำคุณได้เลย สมมติว่าคุณปลอมตัวเป็นนายแบบสักคนขึ้นไปเดินเฉิดฉายอยู่บนเวที แต่ไม่มีใครจำได้ว่านายแบบตัวจริงนั้น มีผมที่แสนหล่อเท่ แต่คนที่เดินอยู่นั้นหัวล้านขนาดนั้น ก็จำกันไม่ได้เลยหรือไงเนี่ย แต่ส่วนมากปัญหานี้มักจะพบเห็นได้น้อย และเป็นสคริปท์เกมเท่านั้น เพราะถ้ามีให้เห็นบ่อย ๆ มันคงเป็นเกมตลกมากกว่าเกมลอบเร้นแน่ ๆ

เมื่อสเตลท์แตก เกมแนวลอบเร้น

5. เมื่อสเตลท์แตก

ศัตรูจะรู้ที่ซ่อนของคุณโดยอัตโนมัติ กล่าวคือ ถ้าจะเห็นก็สามารถเห็นกันได้ง่าย ๆ นั่นเอง ซึ่งมันช่างขัดแย้งกับข้อ 3 เสียจริง ๆ ในตอนแรกที่สเตลท์เรายังไม่แตก ศัตรูก็ดูจะโง่จนเราเป็นท้อ แต่ถ้าสเตลท์แตกเมื่อใด รับรองว่าท้อหนักกว่าเดิม เพราะศัตรูทุกตัวในพื้นที่จะรู้ตำแหน่งของคุณโดยอัตโนมัติ แล้วคราวนี้สหบาทาก็จะมุ่งมาที่เราอย่างเต็มรูปแบบ จะปืน ระเบิด โดนชาร์จใส่ มาครบทุกทาง หรือแม้แต่พวกศัตรูเวฟใหม่ที่มาเติมก็มาโจมตีเราแบบถูกจุดซะด้วย

6. เอาลังมาครอบหัวแต่ยังเดินถูกทาง

ความไม่สมเหตุสมผลข้อสุดท้ายที่ขัดกับความเป็นจริงอย่างมาก และเกมแนวไหน ก็คงไม่มีเหมือนเกมแนวนี้ โดยสำหรับเกมนี้ก็คงต้องยกให้เกมอย่าง Metal Gear Solid เพียงเกมเดียว ที่วิธีการลอบเร้นโด่งดังจนเป็นมีมมาจนทุกวันนี้ กับการเอากล่องลังคลุมหัว แล้วยังเดินไปไหนมาไหนได้แบบชิล ๆ อีกต่างหาก สำหรับข้อนี้คงไม่ต้องถามว่ามันไม่สมเหตุสมผลตรงไหน เพราะคงมีแค่ Kojima เท่านั้นแหละ ที่เข้าใจกลไกการลอบเร้นด้วยวิธีนี้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ 6 ความไม่สมเหตุสมผลที่มีใน เกมแนวลอบเร้น เท่านั้น ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ นี่เป็นเพียงข้อสังเกตขำ ๆ ซึ่งเกมส่วนมากถูกสร้างมาเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเป็นประเด็นที่เอามาล้อเลียนกันเท่านั้น เพราะถ้าทุกอย่างสมจริงไปหมด เราก็คงเล่นเกมไม่สนุกเป็นแน่ เล่นสล็อตหาเงินได้ง่าย ๆ กับ 3 เกมแนะนำ

บทความแนะนำ อาการคิดมาก เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น สารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต้องเผชิญกับความเครียด หรือสภาวะที่กดดันมาก ๆ โดยคนที่เป็น อาการคิดมาก จะมีลักษณะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ชอบคิดซ้ำวน ๆ ถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว กังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร หรือกลัวการถูกวิจารณ์