Disney กับการเอาตัวรอดในยุควิกฤตการณ์ COVID-19

Disney กับการเอาตัวรอดในยุควิกฤตการณ์ COVID-19 ประเด็นใหญ่สุดของทุกบริษัทตอนนี้คือจะดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างไรหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซาลงไป เพราะต้องคิดใหม่ทำใหม่แทบทั้งหมด และถ้ายิ่งเป็นบริษัทที่ธุรกิจหลักต้องพึ่งพานักท่องเที่ยว

โจทย์ที่ต้องแก้จะยากขึ้นอีกหลายเท่า เหมือน Disney ที่ยังต้องแก้โจทย์ยุค New Normal หลังประกาศเปิด Disney World สวนสนุกใหญ่ในสหรัฐฯ แต่พนักงาน Disney ก็ยังอุ่นใจในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ เพราะ Bob Chapek-CEO คนใหม่เป็นหนึ่งในมือดีของธุรกิจสวนสนุก  

Bob Chapek เป็นชาวอเมริกันแถบ Midwest (ทางภาคกลางค่อนไปทางตะวันตก) เกิดและโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่ต่างช่วยกันพากเพียรทำงานเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูเขาที่เป็นลูกคนเดียว พอฐานะเริ่มดีขึ้นครอบครัวก็มีโอกาสมาเที่ยวสวนสนุก Disney World ในสหรัฐฯ กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่ง Bob Chapek ยอมรับว่านี่ทำให้ตนมีความผูกพันกับ Disney มาตั้งแต่เด็ก และคิดว่าคงดีถ้าในอนาคตได้ทำงานกับ Disney

Disney กับการเอาตัวรอดในยุควิกฤตการณ์ COVID-19

Disney กับการเอาตัวรอดในยุควิกฤตการณ์ COVID-19

ความคิดฝันดังกล่าวของ Bob Chapek ยังดูห่างไกลเพราะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะจุลชีววิทยา แต่เขาก็ตัดสินใจทิ้งกล้องจุลทรรศน์และจานเพาะเชื้อ แล้วเบนเข็มมาสู่สายธุรกิจด้วยการคว้า MBA สาขาบริหารธุรกิจ และเริ่มงานในฐานะทีมบริหารแบรนด์ของ Heinz บริษัทผู้ผลิตซอสมะเขือเทศชื่อดัง ต่อด้วยการข้ามสายงานอีกครั้งไปอยู่กับ J. Walther Thompson เอเยนซีโฆษณายักษ์ใหญ่ ปี 1993 Bob Chapek ได้ร่วมงานกับ Disney สมใจ โดยเป็นหนึ่งในทีมงานของ Buena Vista ค่ายหนังในเครือและไต่เต้าจนขึ้นมาเป็นผู้บริหารในปี 2009

จากนั้น Bob Chapek ย้ายไปเป็นผู้บริหารฝ่าย Consumer Product ซึ่งผลงานที่ Bob Chapek ฝากไว้ที่นี่คือการต่อยอดลิขสิทธิ์จากการ์ตูน Animation หลายเรื่องอย่าง Frozen, Cars และ Winnie The Pooh สู่สินค้ามากมายตั้งแต่ตุ๊กตา เสื้อผ้า

ไปจนถึง Wearable Tech ปี 2015 Bob Chapekเปลี่ยนงานอีกครั้งแต่ยังอยู่ใต้ชายคา Disney เช่นเดิม ด้วยการไปนั่งเก้าอี้ผู้บริหารส่วนธุรกิจสวนสนุกและโรงแรม

นี่เป็นการส่งสัญญาณจากบอร์ดบริหารว่า หากทำผลงานได้ดีอาจได้ขึ้นเป็น CEO คนต่อไป เพราะสวนสนุกคือหนึ่งธุรกิจหลักที่ทำเงินให้ Disney มาอย่างยาวนาน และยังสร้างแบรนด์ Disney ให้ประทับอยู่ในใจคนทั่วโลกอีกด้วย Bob Chapek สร้างความประทับใจให้บอร์ดบริหาร Disney

ด้วยการรุกตลาดจีนผ่านการเปิดสวนสนุก Disney Land แห่งใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ในปี 2016 ตามด้วยการเพิ่ม Star Wars : Galaxy ‘s Edge ใน Disney Land Resort เพื่อเอาใจแฟนหนัง Star Wars ในปี 2019 โดยทั้ง 2 โครงการต่างประสบความสำเร็จและทำเงินให้ Disney อีกมหาศาล

Disney กับการเอาตัวรอดในยุควิกฤตการณ์ COVID-19

กุมภาพันธ์ปีนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นที่ Disney โดย Bob Iger ประกาศสละตำแหน่ง CEO หลังอยู่มานาน 15 ปี และยกระดับ Disney จนกลายเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงและบริษัทสื่อที่มีบริษัทครอบคลุมตั้งแต่สวนสนุก ลิขสิทธิ์การ์ตูน ค่ายหนัง ไปจนถึงสถานีโทรทัศน์

ขณะเดียวกันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางการก่อตัวของ “วิกฤตโควิด” ดังนั้น บอร์ดบริหารเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมสุดในการขึ้นเป็น CEO คนที่ 7 ของ Disney คือ Bob Chapek นั่นเอง จน Kevin Meyer ผู้บริหารฝ่าย Streaming น้อยใจ ย้ายไปเป็น CEO ของ TikTok ในเวลาต่อมา

แม้เป็นมือดีในวงการสวนสนุกแต่ Bob Chapekก็ต้องเผชิญความท้าทายในยุค New Normal เพราะต้องบริหารจัดการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสนุกสนานในสวนสนุกแบบเว้นระยะห่างและลดการสัมผัส หลังสวนสนุกที่เซี่ยงไฮ้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาตั้งแต่เปิดไปเมื่อต้นพฤษภาคม Bob Chapek ก็เดินหน้าต่อ ด้วยการเตรียมเปิด Disney World สวนสนุกใหญ่สุดของ Disney ในสหรัฐฯ

แต่ธุรกิจของ Disney ที่ ’ป่วยหนัก’ สุดจากวิกฤตครั้งนี้คือสวนสนุก โดยไตรมาส 2 ปีนี้ทำเงินได้เพียง 983 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,000 ล้านบาท) ลดลงจาก 5,543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 173,000 ล้านบาท) ในไตรมาสแรกปีเดียวกัน ขณะที่อีกหนึ่งรายได้หลักอย่างธุรกิจภาพยนตร์

ขอแนะนำ 7 นักเตะที่ไม่ได้เก่งเพียงแค่เรื่องฟุตบอลเพียงอย่างเดียว หลายคนคงเคยได้ยินว่านักกีฬาส่วนใหญ่มักไม่ได้พรสวรรค์ทางด้านวิชาการมาเน้นใช้กำลังแข้งขาเป็นหลัก

Disney กับการเอาตัวรอดในยุควิกฤตการณ์ COVID-19

ก็อาการหนักพอ ๆ กัน โดยไตรมาส 2 ปีนี้ ค่ายหนังในเครือ Disney ทำเงินได้ 1,738 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 54,200 ล้านบาท) ลดลงชัดเจนจาก 2,539 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 80,000 ล้านบาท) ของไตรมาสแรกปีเดียวกัน

Daniel Loeb ผู้ก่อตั้ง Third Point กองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Fund) และมีฐานะเป็นกลุ่มทุนใหญ่ของ Disney เรียกร้อง Disney นำเงิน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 93,500 ล้านบาท) ไปลงทุนพัฒนา Streaming Media ในช่วงที่ธุรกิจอื่นยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แทนการจ่ายเป็นเงินปันผลประจำปี

อย่างไรก็ตาม Streaming Media กลับไปได้สวย โดยจำนวนผู้ชมแบบสมัครสมาชิก (Subscriber) ไตรมาส 2 ปีนี้ของ Disney Plus อยู่ที่ 57.5 ล้านคน เพิ่มจาก 33.5 ล้านคนของไตรมาสแรกปีเดียวกัน และมีแนวโน้มว่า Disney Plus จะเป็นหัวหอกพา Disney ฝ่าวิกฤตโควิด

เพราะสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศกำลังเผชิญการระบาดรอบใหม่ จนต้องเลื่อนวันฉายหนังฟอร์มใหญ่หลายเรื่องออกไป และปลดพนักงานในส่วนธุรกิจสวนสนุกมากถึง 28,000 คน

ล่าสุดแม้  Disney ยังไม่มีท่าทีใด ๆ ต่อข้อเรียกร้องของ Daniel Loeb แต่ก็มีแนวโน้มว่า Disney อาจตอบรับหรือปรับแผนรับมือวิกฤตครั้งนี้ไม่มากก็น้อย เพราะเมื่อกันยายนที่ผ่านมา Disney เปลี่ยนมาฉาย Mulan หนึ่งในหนังฟอร์มใหญ่ของปีนี้

เฉพาะในสหรัฐฯ ผ่าน Disney Plus แทนฉายในโรงภาพยนตร์ และเมื่อปี 2019 Daniel Loeb เคยใช้ฐานะนักลงทุนรายใหญ่บีบจน Sony ต้องปรับแผนธุรกิจ ด้วยการขายทิ้งหุ้นใน Olympus ออกไป

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : RogueCompany เกมสุดมันส์ที่เปิดให้เล่นฟรีแล้ว!