ความรักนั้นแสนประหลาด 4 พฤติกรรมความรักที่แปลกแต่มีอยู่จริง

ความรักนั้นแสนประหลาด 4 พฤติกรรมความรักที่แปลกแต่มีอยู่จริง

ความรัก นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เรา พยายามแสวงหาความรักมาครอบครองซึ่งความรักที่เราอยากได้จะต้องเป็น ความรัก ที่ได้มาจากผู้อื่น ซึ่งคน ๆ นั้นที่ทุกคนแสวงหาคือ แฟน หรือคนที่จะมาเป็น คู่ชีวิต นั่นเอง
เวลาคนเรามีแฟน หรือมีความรักเรามักแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ ออกมา อาจจะทำโดยไม่รู้ตัว และไม่คิดว่ามันแปลกอะไร แต่เมื่อลองมาคิด ๆ ดูแล้ว หากเราไม่ได้มีแฟนหรือมีความรักเราก็คงไม่แสดงพฤติกรรมและเจอกับประสบการณ์เหล่านี้

ความรักนั้นแสนประหลาด 4 พฤติกรรมความรักที่แปลกแต่มีอยู่จริง

ความรักทำให้คนตาบอด

  • พฤติกรรม :ไม่จริ๊ง ไม่จริง แฟนฉันเป็นคนดีนะ

คุณเคยไหมที่ไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองเห็น ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เข้าข้างคนที่เรารักเสมอ แก้ตัวให้เขาตลอด ๆ ไม่ว่าเขาทำผิดอะไรมาก็ตาม
ถึงแม้คนรอบข้างจะบอกว่าคนรักของเราไม่ดีแต่ยังไง เราก็ยังไม่เชื่อ

          เช่น ถ้าเพื่อนมาบอกว่าเห็นคนรักของเราเข้าโรงแรมไปกับคนอื่นสองต่อสอง มีการจับเนื้อต้องตัวกันด้วย แต่เราก็ยังไม่เชื่อแถมแก้ตัวให้แฟนอีกว่าเขาคงมีเหตุผลที่ต้องไปที่โรงแรมกับคน ๆ นั้น อาจเป็นเพราะต้องไปคุยงานกับลูกค้านอกสถานที่ก็ได้ ส่วนที่ต้องจับเนื้อต้องตัวกันอาจเป็นเพราะความบังเอิญเท่านั้นแหละ สิ่งที่เข้าข้างแฟนทั้งหมดนี้เป็นเพราะเรารักเขามากเกินไป?? หรือโดนของ?? แต่จริง ๆ พฤติกรรมนี้สามารถอธิบายได้โดยหลักการที่เรียกว่า Selective Attention  ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการของทฤษฎี Selective  Process Theory

Selective Attention  คือ การที่เราเลือกรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ให้ตรงกับเจตคติเดิมหรือความเชื่อเดิมของเรานั่นเอง ซึ่งตรงกับพฤติกรรมที่ยกตัวอย่าง คือเรามีเจตคติที่ว่าแฟนเราเป็นคนดี รักเราคนเดียวไม่มีทางนอกใจเรา เมื่อมีข้อมูลเข้ามาว่าแฟนเรากำลังนอกใจเรา เราจึงไม่เลือกรับรู้ในข้อมูลนั้น ๆ ประกอบกับอีกหลักการคือ Confirmation bias เป็นหลักการที่คนมักหาข้อมูลเพื่อมาสนับสนุนความคิดเห็นของตนเอง เพื่ออธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ แม้ว่าข้อมูลนั้นอาจจะผิดได้ก็ตาม จึงอธิบายพฤติกรรมที่ยกตัวอย่างที่คนเรามักหาเหตุผลต่าง ๆ เข้าข้างแฟนตัวเองแม้ว่าในบางครั้งแฟนของเราอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

  • พฤติกรรม: มโน เพ้อฝัน

เชื่อว่าคนเราเกือบทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาแห่งการแอบรักมาด้วยกันทั้งนั้น
สุดท้ายแล้วอาจสมหวังหรือไม่สมหวังก็ตาม
แต่ช่วงเวลานั้นก็ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งเมื่อนึกถึง
เมื่อเราเจอคนที่ชอบ เราก็จะคิดว่าเขาเป็นคนในแบบที่เราคิดไว้

          เช่น ถ้าเราเจอคนหน้าตาดี เราก็จะคิดว่าเขาต้องมีนิสัยที่น่ารัก ขี้เล่น เป็นกันเอง เข้าถึงง่ายแน่เลยจึงทำให้บางคนกล้าที่จะเข้าไปชวนเขาพูด  ช่วยเหลือเขา ทำสิ่งดี ๆ ให้เขา สุดท้ายเขาก็พูดดี ๆ กับเรา แล้วก็ทำดีกับเราตอบ แล้วเราก็กลับมาฟิน มโนไปอีกว่าเขานิสัยดีมากเลยกับเรา คนนี้ใช่เลย ถึงแม้นิสัยจริง ๆ ของเขาอาจจะไม่ใช่เป็นแบบนั้นเลยก็ได้ หรือการที่เราแอบชอบใครสักคน  แล้วเราก็มีความหวังเล็กๆ ว่าเขาก็อาจแอบชอบเราเหมือนกัน ทำให้เรามีพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นเช่น เราจะแอบมองเขาเวลาเขาเผลอ แต่เมื่อเขารับรู้ได้ถึงการแอบมองของเรา เขาเลยหันมามองหน้าเรา

จึงทำให้เราคิดไปเองอีกว่าเขาต้องแอบมองเราแน่เลย ไม่งั้นเขาจะหันมาทางนี้ทำไมละ (มโนไปอีก) หรือการที่เราเข้าไปคุย ไปแกล้งเขา ซื้อขนมไปฝาก เป็นห่วงเป็นใยเขาและช่วยเหลือเขาทุกเรื่อง แล้วสุดท้ายเขาก็เข้ามาคุย มาแกล้ง ซื้อขนมมาให้ เป็นห่วงเราและช่วยเหลือเราทุกเรื่อง ทำให้เรามโนไปอีกว่าเขาต้องคิดอะไรกับเราชัวร์ ถึงได้ทำดีกับเรามากขนาดนี้  แต่จริง ๆ แล้วเขาอาจไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราเลยก็ได้ เขาคิดกับเราเป็นแค่เพื่อนที่ดีคนหนึ่ง สิ่งดี ๆ ที่เขาทำให้เราก็เป็นเพราะเราเคยทำให้เขา ความคิดที่ว่าเขาทำไปเพราะชอบเรา เรามโนไปเองทั้งนั้น

ตื่น!! เหตุการณ์นี้สามารถอธิบายด้วยหลักการที่มีชื่อว่า Self -Fulfilling Prophecy เป็นหลักการที่คนเรามีความเชื่อหรือความคาดหวังอะไรเกี่ยวกับบุคคลอื่นแล้วเราก็ทำพฤติกรรมบางอย่างต่อบุคคลนั้น จนบุคคลนั้นแสดงพฤติกรรมตามที่เราคาดหวังออกมาจริง ๆ จึงทำให้รู้ว่าบางพฤติกรรมที่คน ๆ หนึ่งทำกับเราอาจจะไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงของเขาก็ได้แต่อาจเกิดจากพฤติกรรมของเราเองต่างหากที่ทำให้เขามีพฤติกรรมแบบนั้น

พฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ดีที่ช่วยทำให้เราสบายใจและมีความสุข เพราะทำให้เรารับรู้แต่เรื่องดี ๆ สำหรับเรา แต่ถ้ามีมากเกินไปจนทำให้เราลืมมองความเป็นจริง สุดท้ายก็อาจทำให้เราเสียใจได้เช่นกัน

ดังนั้น การที่จะรักใครสักคนควรมีสติและเหตุผล ไม่ใช่มีแต่อารมณ์เพราะอารมณ์อาจจะบังตาคุณจนทำให้ไม่เห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็เป็นได้ พูดง่าย ๆ ก็คือเราควรตื่นจากการมโนหรือคิดเข้าข้างตัวเองบ้าง แล้วหันมามองโลกแห่งความเป็นจริงอย่างมีเหตุผลให้มากขึ้นนะ

ป.ล. บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาทำให้เรารู้สึกในแง่ลบ สิ้นหวังในความรักหรือไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจกับคนที่เรารักนะ แต่เราควรมองเหตุการณ์ทุกอย่างตามความเป็นจริงไม่ใช่คิดเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป

เจ็บแล้วจำคือคนเจ็บแล้วทนคือ….

ความรักมันทำให้คนตาบอดมองไม่เห็นความโหดร้ายของแฟนตัวเองจริง ๆ หรอ แล้วแค่ความรักมันเป็นเหตุผลพอแล้วหรอที่จะทำให้เรายอมคนได้ขนาดนั้น ที่หรือเธอไม่เคยจำในสิ่งที่เขาทำร้ายเธอ จากคนที่ยื่นอยู่ภายนอกเราก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันจะมีเหตุผลอะไรให้เธอยอม และทำไม่เธอไม่เห็นถึงเหตุผลที่ควรเลิกกับเขา

Caryl Rusbult และ John Martz นักจิตวิทยาสังคม ก็ได้สนใจในประเด็นนี้เช่นกัน ว่าทำไมผู้หญิงที่ถูกแฟนทำร้าย ก็ยังทนอยู่กับแฟนตัวเอง ในปี 1995 ทั้งสองเลยได้ทำงานวิจัยRemaining in an abusive relationship: An investment analysis of nonvoluntary dependence 

ซึ่งศึกษาผู้หญิงที่ถูกสามีทำร้าย 100 คนที่อาศัยอยู่ในพักพิงชั่วคราวของเหยื่อการทำร้ายร่างกาย พวกเขาเก็บข้อมูลผู้หญิงเหล่านี้ทั้งด้านการศึกษา รายได้ ความสุขกับความสัมพันธ์และอื่น ๆ แล้วพวกเขาได้ทำการติดตามข้อมูลของผู้หญิงเหล่านี้ต่อไปอีก 1 ปีหลังจากที่พวกเธอออกไปจากที่พักพิง และพบว่า 1ใน3ของผู้หญิงกลุ่มนี้กลับไปหาสามีของพวกเธอทันที 1ใน3ในตอนแรกไม่กลับไปทันที่แต่สุดท้ายพวกเธอก็กลับไปหาสามีเก่าและอีก1ใน3ไม่กลับไปหาสามีเก่าเลย

ความรักนั้นแสนประหลาด 4 พฤติกรรมความรักที่แปลกแต่มีอยู่จริง

อยู่ๆกันไปก็รักกันเอง

คลุมถุงชน คือ การแต่งงานกันโดยที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงไม่ได้รักกันมาก่อน แต่เกิดขึ้นโดยการตัดสินใจของผู้ใหญ่ที่ต้องการให้ทั้งสองได้ใช้ชีวิตร่วมกัน อาจเป็นเพราะเชื่อว่าตนเองจะหาคู่ที่เหมาะสมและดีที่สุดให้ลูกหลานตัวเองได้

จริงหรือไม่? อยู่กันไปก็รักกันเอง

ตัวอย่างเช่น องค์ชายชินกับแชยองที่ต้องแต่งงานกันเพราะสัญญาที่ปู่ของทั้งสองได้ทำไว้ร่วมกัน ตอนแรกก็ไม่ได้รักกัน แต่พอต้องอยู่ร่วมกันไปกลับรักกันขึ้นมาซะอย่างนั้น เหตุการณ์เช่นนี้อธิบายได้ด้วยทฤษฎี Mere exposure effect ทฤษฎีนี้อธิบายถึงความคุ้นเคย หากเราพบเจอกับอะไรบ่อย ๆ ต้องใกล้ชิดกับสิ่งนั้น จากที่รู้สึกเฉย ๆ ความคุ้นเคยจะทำให้เราชอบสิ่งนั้น แต่มีขอจำกัดอยู่ว่า!!! เราต้องรู้สึกเฉย ๆ กับสิ่งนั้นหรือมีความชอบอยู่เล็กน้อย อย่างที่นางเอกแชยองก็รู้สึกชอบองค์ชายชินอยู่บ้าง

นอกจากนี้ เราก็มีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจมานำเสนอเป็นผลงานปี 1982 ของนักจิตวิทยา Usha Gupta กับ Pushpa Singh แห่ง University of Rajasthan ใน Jaipur ran เป็นการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบการแต่งงานโดยความสมัครใจของตนในประเทศสหรัฐอเมริกากับการแต่งงานแบบคลุมถุงชนในประเทศอินเดีย สรุปออกมาได้ว่า ความรักแบบโรแมนติก (ประกอบด้วย ความหลงใหลและการอยากอยู่ใกล้) ของคู่รักที่แต่งงานด้วยความสมัครใจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่คู่รักที่ถูกคลุมถุงชนกลับเพิ่มขึ้น จากผลวิจัยนี้ แสดงให้เห็นว่า ความรักเกิดขึ้นได้จริงในคู่ที่ถูกคลุมถุงชน และความรักนั้นกลับเพิ่มขึ้นและมากกว่าคู่ที่แต่งงานกันด้วยความรักซะอีก

ความรักนั้นแสนประหลาด 4 พฤติกรรมความรักที่แปลกแต่มีอยู่จริง

วัวแก่กินหญ้าอ่อน

เป็นสำนวนสุภาษิตที่ใช้เรียกผู้ชายอายุมากที่สนใจหญิงสาวอายุน้อย ซึ่งส่วนมากจะน้อยกว่าตนเองถึงสิบปี ซึ่งการเกิดพฤติกรรมแบบนี้เรามักจะคุ้นกันในชื่อ “พ่อมีภรรยาน้อย” และภรรยาน้อยของพ่อก็มักจะเป็นสาวสวยอายุน้อย เราเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมต้องเป็น สาวสวยอายุน้อย ทำไมไม่เป็นคนที่อายุเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันกับพ่อของเราล่ะ? ทำไมต้องเป็นหญิงสาวที่แทบจะเรียกลูกได้?

สาเหตุของพฤติกรรม วัวแก่กินหญ้าอ่อน ก็เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของเรานั่นเอง มนุษย์ในเชิงจิตวิทยาวิวัฒนาการ(evolutionary psychology) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสืบและดำรงเผ่าพันธุ์ไว้ให้มากที่สุด ดังนั้นเราจึงมีกลไกลบางอย่างเพื่อเอื้อต่อการอยู่รอดและกระจายพันธุ์มนุษยชาติให้คงอยู่ต่อไป หนึ่งในกลไกลนั้นก็คือการที่สร้างให้มนุษย์เพศชายสนใจผู้หญิงที่ยังสาวและสวย เพราะเป็นตัวบ่งบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นยังสามารถที่จะมีลูกได้อยู่และด้วยหน้าตาที่สวย ลูกที่เกิดมาก็จะมียีนที่ดีไม่ผิดปกติ

อีกทั้งอสุจิของผู้ชายยังสามารถผลิตได้ตลอดชีวิตแต่ผู้หญิงไม่สามารถผลิตไข่ได้ตลอดชีวิต ทำให้บางทีพ่อก็จะหมดความสนใจในแม่เพราะเธอเริ่มที่ไม่สามารถจะผลิตลูกได้แล้ว ผู้ชายจึงเป็นคนที่จะต้องกระจายพันธุ์ให้มากที่สุด นอกจากนี้ธรรมชาติสร้างให้ผู้หญิงเป็นเพศที่ต้องลงทุนเยอะ กล่าวคือ ต้องมีอุ้มท้องและเลี้ยงลูกน้อย ดังนั้นจึงต้องหาคนที่สามารถจะมาดูแลตนและลูกน้อยให้อยู่รอดได้ ผู้หญิงจึงมักจะเลือกชายที่อายุมากกว่าเพราะคนที่อายุมากกว่ามีความรับผิดชอบ มีทรัพยากร(เงิน)และมีประสบการณ์ที่มากกว่า และหากกล่าวย้อนไปในยุคหิน ผู้หญิงก็จะเลือกผู้ชายที่แข็งแรงที่สุดมาเป็นคู่ครองเพราะความแข็งแกร่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเขาสามารถหาอาหารหรือทรัพยากรมาให้ตนและลูกได้ จึงไม่แปลกที่ผู้ชายจะสนใจผู้หญิงที่สาวและสวย และผู้หญิงจะสนใจชายที่โตกว่าและเป็นผู้ใหญ่กว่า

สาขาแพทยศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง? “แพทย์” เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีรายได้สูง ไม่แพ้อาชีพในสายวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ เลย โดยที่อาชีพแพทย์ สามารถแตกแขนงออกไปได้อีกหลากหลายสาขาวิชาด้วยกัน เช่น สูตินรีแพทย์ ศัลยแพทย์ช่องปาก ศัลยแพทย์ทั่วไป อายุรแพทย์ทั่วไป ฯลฯ 

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : จัด Promotion อย่างไร ให้ยอดขาย พุ่งกระฉูด!!!